สุขภาพ เพื่อสุขภาพ สุขภาพดี รักษาสุขภาพ รักษาสุขภาพดี วิธีรักษาสุขภาพ เกี่ยวกับสุขภาพ เรื่องสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพดี กินเพื่อสุขภาพ เพื่อ

สุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ สุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ สุขภาพ เพื่อสุขภาพ สุขภาพดี รักษาสุขภาพ รักษาสุขภาพดี วิธีรักษาสุขภาพ เกี่ยวกับสุขภาพ เรื่องสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพดี



icon

ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน

posted on 12 Nov 2011 23:55 by healthyguide


        สำหรับคู่แต่งงานใหม่ อยากบอกว่านี่คือสิ่งจำเป็นที่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง ไม่แพ้การเตรียมชุดแต่งงานหรือเตรียมงานเลี้ยงเลยละ ค่ะ...

         เพราะการตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานนั้นเป็นการสกัดกั้นการส่งผ่านโรคสู่คนที่เรารัก รวมไปถึงความปลอดภัยของลูกน้อย ในอนาคตของเราด้วย

       สิ่งที่ควรทำคือ     

      1. ตรวจสุขภาพร่างกายโดยทั่วไปอย่างละเอียด เช่น เช็กความดันโลหิต วัดชีพจร ชั่งน้ำหนัก
      2. ตรวจหากรุ๊ปเลือด เพื่อความสะดวกในยามฉุกเฉิน
      3. ตรวจหาความผิดปกติของเฮโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง ว่ามีความผิดปกติของโรคธาลัสซีเมียหรือไม่ซึ่งโรคนี้เป็น ความผิดปกติทางกรรมพันธุ์ คือร่างกายสร้างเม็ดเลือดแดงผิดปกติ ส่งผลให้ลูกมีการเจริญเติบโตช้าไม่สมอายุ เด็กบางคนตับ ม้ามโต ตัวซีดเหลือง หากมีอาการรุนแรงอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้
      4. ตรวจหาโรคฮีโมฟีเลีย ซึ่งเป็นความผิดปกติทางกรรมพันธุ์ ทำให้มีอาการเลือดออกง่าย และหยุดยาก
      5. ตรวจหาโรคพร่องเอนไซม์ G-6-PD ซึ่งเป็นโรคที่ติดตัวตลอดชีวิต หากเม็ดเลือดแดงเอนไซม์แตกลูกจะตัวซีดเหลือง มีอาการเหมือนดีซ่าน ถ้าเม็ดเลือดแดงแตกมากก็อาจช็อกได้
      6. ตรวจหาเชื้อซิฟิลิส เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ทางเลือด สามารถติดต่อจากแม่สู่ลูกได้ และเป็นโรคที่ยังไม่ สามารถรักษาหายได้
      7. ตรวจหาเชื้อและหาภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบบี ซึ่งเป็นโรคที่สามารถติดต่อไปยังคู่สมรส และลูกได้ ทั้งมีโอกาสสูงที่ จะกลายเป็นโรคตับอักเสบเรื้อรัง สาเหตุสำคัญของโรคมะเร็งตับ และโรคตับแข็ง แต่เราสามารถป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีน ดัง นั้นก่อนจะฉีดวัคซีนทางโรงพยาบาลจะต้องตรวจเลือดเพื่อเช็กว่าเรามีภูมิคุ้ม กันแล้วหรือยัง
      8. ตรวจหาภูมิคุ้มกันเชื้อหัดเยอรมัน โรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส สามารถติดต่อไปยังลูกและคู่สมรสได้หากไม่มีภูมิคุ้มกัน ควรฉีดวัคซีนและคุมกำเนิดไว้อย่างน้อย 3 เดือน เพราะหากติดเชื้อในระหว่างตั้งครรภ์อาจทำให้ทารกพิการหรือแท้งได้
      9. ตรวจหาวัณโรค เนื่องจากเป็นโรคที่ติดต่อได้ง่ายโดยระบบทางเดินหายใจ และต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง
      10. ตรวจหาเชื้อไวรัสเอดส์ เพราะหากพบเชื้อจะได้ป้องกันการติดต่อทางเพศสัมพันธ์ด้วยการใช้ถุงยางอนามัย และคุม กำเนิดเพื่อป้องกันการติดต่อไปสู่ลูก



        เหล่านี้สามารถตรวจได้ตามโรงพยาบาลที่มีโปรแกรมสำหรับบริการคู่สมรส หรือปรึกษาแพทย์ประจำของคุณก็ได้ค่ะ...


















เพื่อสุขภาพ
ที่มา ... ขวัญเรือน

Comment

Comment:

Tweet

แวะมาทักทายครับผม

#1 By ลมูล on 2012-02-27 19:58

Recommend