สุขภาพ เพื่อสุขภาพ สุขภาพดี รักษาสุขภาพ รักษาสุขภาพดี วิธีรักษาสุขภาพ เกี่ยวกับสุขภาพ เรื่องสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพดี กินเพื่อสุขภาพ เพื่อ

สุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ สุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ สุขภาพ เพื่อสุขภาพ สุขภาพดี รักษาสุขภาพ รักษาสุขภาพดี วิธีรักษาสุขภาพ เกี่ยวกับสุขภาพ เรื่องสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพดี



icon

By Lady Manager

"มะเร็งปากมดลูก" ฆาตกรร้ายย่องเงียบ เนื้อร้ายในฝันร้ายของผู้หญิง มะเร็งร้ายอันดับ 1 คร่าชีวิตสาวไทย หลังพบว่าสถิติการเสียชีวิตนั้นจากเดิม 7 คนทะยานแตะเพดานโลงศพเหยียบ 14 คนต่อวัน จะไม่ให้สะพรึงกลัวได้อย่างไรล่ะคะ

ความตายคืบคลานสู่ผู้หญิงง่ายดายขนาดนี้ เราจึงต้องขอถามคุณหมอด่วนจี๋ ว่าจะมีวีธีป้องกันอะไรได้บ้าง อย่างน้อยก็ขอให้ได้อุ่นใจบ้างเถอะ


กับคุณหมอผู้เชี่ยวชาญคนเดิมจะมาตอบปัญหาคาใจสาวเรา นพ.พูนศักดิ์ สุชนวณิช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสูติ-นรีเวช โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น


เชื้อ HPV พัฒนาสู่ “มะเร็งปากมดลูก”

"มะเร็งปากมดลูก (Cancer of Cervix) สาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัส ชื่อว่า HPV (Human Papilloma Virus) เป็นไวรัสที่มันอยู่กับอวัยวะเพศอยู่แล้ว ปกติเรามีเชื้อ HPV ในเรื่องของการมีเพศสัมพันธ์อยู่แล้วครับ เพียงแต่ว่าเวลาเราติดเชื้อส่วนมากร่างกายเรากำจัดเอ ง จะหายเอง

HPV จะมีเป็นร้อยสายพันธุ์ แต่มีเพียง 15 สายพันธุ์เป็นตัวก่อมะเร็ง ดังนั้นจึงทำนายไม่ได้ว่าเมื่อไหร่จะเกิดเเจ็กพ็อตแต ก ผู้ชายคนไหนจะเอา HPV สายพันธุ์ไหนมาติดเรา เราไม่มีทางรู้ หลายครั้งพอรับเชื้อมาเสร็จ ร่างกายเรากำจัดเองได้โดยปกติ


เช่น เรารับเชื้อมา 100% แต่ 90% มันจะกำจัดเองอยู่แล้ว แต่จะกำจัดเองออกไปจากร่างกายเราอยู่แล้ว แต่หากโชคร้ายอาจมีบางจังหวะที่เกิดไปรับเชื้อที่เป็ นเชื้อก่อมะเร็ง แล้วเกิดติดเชื้อแบบฝังแน่น ซึ่งมันจะค่อยๆพัฒนา จวบจนผ่านไป 10-15 ปี ก็จะกลายเป็นมะเร็ง"


"การ รับเชื้อไม่ได้รับเฉพาะเพศ สัมพันธ์อย่างเดียวแบบอย่างที่เราเข้าใจกัน คือ ใช้อวัยวะเพศผู้ชายสอดใส่เข้าไปในผู้หญิง เชื้อพวกนี้มันสัมผัสอยู่บริเวณผิวหนังรอบๆ ได้ด้วย เช่น ผิวหนังบริเวณขาหนีบ อะไรต่างๆ ก็ได้
เพื่อสุขภาพ
นอกจาก HPV ยังเป็นตัวสำคัญให้เป็นมะเร็งของปากมดลูกได้แล้ว HPV ยังทำให้เป็นมะเร็งของทวารหนัก อวัยวะเพศภายนอก มะเร็งของปาก และคอหอย มะเร็งอวัยวะเพศชายได้หมด ในการมีเพศสัมพันธ์ทุกรูปแบบ สัมผัสกันแบบ ออรัลเซ็กซ์ (Oral Sex) สัมผัสเชื้อเข้าไปในลำคอก็จะเป็นมะเร็งบริเวณดังกล่า วได้เหมือนกัน

ฉะนั้นถุงยางอนามัยจึงป้องกันไม่ได้ 100% ในการป้องกันมะเร็งปากมดลูก อย่างโรคเอดส์ยังเป็นเฉพาะสารคัดหลั่ง แต่ถ้าใส่ถุงยางอนามัยหุ้มเข้าไปก็ยังลดโอกาสการติดเ ชื้อไปได้แล้ว แต่อันนี้สัมผัสบริเวณรอบๆ ก็ติดเชื้อ ห้องน้ำสาธารณะ คนที่นั่งก่อนเรามี HPV อาจจะอยู่ที่ฝาชักโครก"


อาการบ่งชี้เป็น "เนื้อร้าย"

คุณหมอ ชี้ว่าการเป็นเนื้องอกไม่ได้หมายความว่าจะพัฒนาสู่เน ื้อร้าย หรือมะเร็งเสมอไป


"การเป็นเนื้องอก ไม่จำเป็นจะต้องพัฒนาการสู่การเป็นมะเร็งเสมอไปครับ เพราะเนื้อร้ายเกิดจากการที่เซลล์มันเปลี่ยนแปลงบริเ วณปากมดลูกไปนานๆ รับเชื้อไปนานๆ มันจะค่อยๆกลายเป็นเนื้อร้ายขึ้นมา เพียงแต่ว่าปากมดลูกเป็นอวัยวะที่อยู่ลึกจึงทำให้ไม่ รู้ตัว เนื่องจากเป็นโรคมาจากเพศสัมพันธ์ปกติ ทุกๆคนต่อไปต้องมีคู่ครอง ต้องมีชีวิตคู่ ทุกคนจึงมีโอกาสได้รับเชื้อกันหมด ดังนั้นจึงพบได้บ่อย

อย่างตัวเลขคนเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกเมื่อ 2-3 ปีก่อน คนเสียชีวิตแค่ 7 คนต่อวัน หลังจากนั้นตัวเลขกระโดดเป็น 14 คนเลย คือ เจอเยอะขึ้น จึงเป็นโรคที่ต้องตื่นตัวในการป้องกัน และปัจจุบันมีวัคซีน เราฉีดวัคซีนป้องกัน 3 เข็ม เพียงแค่นี้ก็ป้องกันการติดเชื้อไปได้ 80% แล้ว"


คุณหมอย้ำ ไม่มีสัญญาณการเตือนเป็นโรคมะเร็งปากมดลูก จนกว่าจะมีอาการ…


"บริเวณ เนื้อเยื่อตรงปากมดลูกมันจะ กลายเป็นเซลล์ เป็นเนื้อร้าย กว่าจะรู้ต่อเมื่อเกิดอาการหนักแล้ว เพราะปากมดลูกมันอยู่ลึกไงครับ อาการแรกคือ มีเลือดไหลออกมาภายนอก มีตกขาวผิดปกติ เป็นหนองเหม็นๆ เหมือนกลิ่นเน่าของเนื้อที่ตายแล้ว ซึ่งกว่าจะรู้ว่าเป็นมะเร็งก็เข้าไปสู่ระยะที่ 3 แล้ว

อย่างเวลาเป็นนักเรียนแพทย์จะโดนสอนให้ดมกลิ่นเลย มีประโยชน์ บางทีเราเขียนแฟ้มอยู่ คนไข้สวัสดีค่ะ ยกมือ เนี้ย...คนนี้เป็นมะเร็งปากมดลูก แต่เราเป็นหมอจะได้กลิ่นแป้บเดียวไง แต่คนที่เป็นต้องอยู่กับกลิ่นนี้ตลอดชีวิต ฉะนั้นมันจึงเป็นความเจ็บปวดทรมาน


อาการต่อมา ถ้าก้อนมันใหญ่ขึ้นจนไปกดเบียดอวัยวะข้างๆ ก็จะมีอาการของทางเดินปัสสาวะ เพราะมันไปเบียด ทำให้ปัสสาวะบ่อยขึ้น ท้องผูก มีการติดเชื้อบ่อยๆ ในที่สุดก็ปวด เมื่อก้อนมันใหญ่ขึ้น
เพื่อสุขภาพ
อาการทั้งหมดจะพบเมื่อเป็นระยะที่ 3 กับ 4 ฉะนั้นมะเร็งปากมดลูกจึงไม่มีอาการ ต้องตรวจภายในอย่างเดียวเท่านั้นจึงจะทราบได้ เวลาที่เราจะเจอตอนระยะที่ 1 คือ รักษาหายได้ต้องเจอจากการตรวจเท่านั้น เราจะไม่มีทางรู้ก่อนเลย เป็นโรคที่ไม่เจ็บในช่วงแรก คือ มะเร็งทุกอย่างมันจะไม่เจ็บไง พอไม่เจ็บทุกคนจึงไม่รู้ตัว"

แจ็กพ็อต! เป็นมะเร็งปากมดลูกขณะตั้งครรภ์!?

หากคุณผู้หญิงผู้โชคร้ายคนใดพบว่า เป็นมะเร็งปากมดลูกระหว่างท้องจะทำอย่างไรดีล่ะคะคุณ หมอ...

"ถ้าตั้งครรภ์ในระหว่างที่ เป็นมะเร็งปากมดลูกอาจจะเป็นอันตรายได้ แต่วิธีการคือ เราต้องดูว่าอะไรพัฒนาการไปเร็วกว่ากัน ถ้าระยะมะเร็งเกิดเป็นระยะเวลาที่รุนแรงกำลังจะลุกลา มเราต้องยุติการตั้ง ครรภ์เพื่อจัดการมะเร็งก่อน อย่างไรก็ตาม เราต้องรักษาชีวิตลูกน้อยให้ได้มากที่สุด แต่ถ้าเป็นระยะที่ไม่ลุกลาม เราอาจจะประคับประคองให้คลอดไปให้ได้ แล้วค่อยไปจัดการ

คุณหมอชี้แจงว่า ถึงแม้สถิติผ้หญิงจะเป็นมะเร็งเต้านมจะเยอะกว่ามะเร็ งปากมดลูกแต่มะเร็งร้ายตัวหลังทำคนตายมากว่าเสียอีก


"คนเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกจะเยอะกว่าเต้านม เพราะจะเจอช้า ทั้งที่สถิติการเป็นมะเร็งของเต้านมจะเยอะกว่า คนเป็นมะเร็งเต้านมจะเจอง่ายกว่า เพราะคลำเจอเป็นก้อนก็จะมาหาหมอแล้ว ฉะนั้นทั้งสองตัวจึงเป็นมะเร็งอันดับ1 อันดับ2 สลับกันในผู้หญิงครับ"


::หมอแนะ
->นั่งชักโครกสาธารณะอย่างไรเชื้อ HPV ไม่รุกรานน้องสาว

คุณหมอแนะนำผู้หญิงทุกคนว่า ทุกครั้งที่นั่งชักโครกนอกบ้านควรทำความสะอาดรอบบริเ วณฝารองนั่งชักโครกทุก ครั้งเลี่ยงการติดเชื้อได้อย่างดีเลยเชียว

"เมื่อปวดปัสสาวะไม่ควรอั้น เพราะเวลาผู้หญิงเจอห้องน้ำสาธารณะมักไม่ค่อยอยากเข้ า แม้พวกเชื้อโรค หรือไวรัสพวกนี้ถึงจะเป็นไวรัสทางเพศสัมพันธ์ แต่ไวรัสอื่นๆ ที่ติดอยู่บริเวณรอบๆ ชักโครก หรือห้องน้ำ มันตายง่ายอยู่แล้ว เพราะไวรัสเป็นหน่วยสิ่งมีชีวิตเล็กที่สุดต้องอาศัยอ ยู่ในเซลล์ถึงจะมีชีวิต อยู่ได้

ฉะนั้นเวลามันออกมานอกเซลล์ ปนเปื้อนอยู่ภายนอก ไม่เกิน 10-15 นาที มันก็ตาย ดังนั้นเวลาเข้าห้องน้ำสาธารณะ พอมาถึงคิวเรา เราก็ยืนรอ 15 นาที ทว่าเป็นไปได้ยากครับ เพราะคนข้างหลังอาจจะรอนานได้

เพื่อสุขภาพ
ฉะนั้นคุณผู้หญิงทุกคนควรพกน้ำยาล้างมือ หรือเจลล้างมือ ช่วยได้เยอะเลยครับ บีบใส่ผ้าเช็ดรอบๆ ฝารองนั่งชักโครกที่เรานั่ง หรือใช้แอลกอฮอล์ก็ได้ ใครจะว่าเราเป็นคุณนายอนามัยไม่ต้องสนใจครับ จากนั้นเอากระดาษเช็ดให้แห้งอีกทีหนึ่ง เชื้อโรคพวกนี้ตายง่าย

และที่สำคัญควรกดชักโครกทิ้ง 1 ครั้ง จะได้เป็นน้ำชุดใหม่ เพื่อความสะอาด อย่างน้อยก็อุ่นใจไป หรือถ้ามีกระดาษรองนั่งก็นำกระดาษมาปูอีกทีหนึ่ง แล้วจึงนั่งชักโครกลงไป" อ๊ะ! เพียงแค่นี้ คุณหมอบอกว่า ก็ห่างไกลเชื้อโรคแล้วจ้า