สุขภาพ เพื่อสุขภาพ สุขภาพดี รักษาสุขภาพ รักษาสุขภาพดี วิธีรักษาสุขภาพ เกี่ยวกับสุขภาพ เรื่องสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพดี กินเพื่อสุขภาพ เพื่อ

สุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ สุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพ สุขภาพ เพื่อสุขภาพ สุขภาพดี รักษาสุขภาพ รักษาสุขภาพดี วิธีรักษาสุขภาพ เกี่ยวกับสุขภาพ เรื่องสุขภาพ เพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพดี



icon


โรคจอประสาทตาเสื่อม (หมอชาวบ้าน)
ผศ.นพ.ศักดิ์ชัย วงศ์กิตติรักษ์ ประธานราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย

คุณ ปู่ คุณย่า หรือแม้กระทั่งคุณพ่อ คุณแม่ เคยบ่นกันบ้างไหมว่า มองเห็นไม่ค่อยชัด เห็นเป็นภาพเบลอ ๆ บางทีท่าอาจจะเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมก็เป็นได้ วันนี้ คุณหมอจากราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย จะมาพาเราไปรู้จักเจ้า "โรคจอประสาทตาเสื่อม" กัน

โรคจอประสาทตาเสื่อมคืออะไร

โรคจอประสาทตาเสื่อมเป็นโรคที่มีความผิดปกติเกิดขึ้น ที่จุดรับภาพของจอ ประสาทตา โรคนี้ทำให้สูญเสียการมองเห็นโดยเฉพาะกลางภาพ โดยสามารถมองเห็นขอบด้านข้างของภาพได้ เช่น มองเห็นตัวคน ส่วนของใบหน้าเบลอมองเห็นไม่ชัด

ผู้ป่วยบางรายเกิดการเสื่อมของจอประสาทตาขึ้นอย่างช้ า ๆ จนแทบไม่ทันสังเกตเห็น ขณะที่บางรายอาจเกิดการเสื่อมของจอประสาทตาอย่างรวดเ ร็ว โรคนี้มักพบในผู้สูงอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป เรียกว่า Age-related macular degeneration (AMD)

ปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อม

แม้ ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าสาเหตุของโรคเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่เชื่อว่ามาจากปัจจัยเสี่ยงหลายชนิด ผลการศึกษาวิจัยจากหลายสถาบัน พบว่า มีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างที่มีอิทธิพลต่อการเกิดโรคจอ ประสาทตาเสื่อมตามอายุ ได้แก่

1.อายุ พบโรคนี้ได้บ่อยขึ้นในคนที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป

2.พันธุกรรม จากการวิจัยล่าสุด สามารถค้นพบยีนที่มีความเกี่ยวข้องกับโรคจอประสาทตาเ สื่อม ดังนั้น จึงมีข้อแนะนำให้ผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมขอ งคนที่เป็นโรคกับญาติ สายตรง ควรได้รับการตรวจเช็กจอประสาทตาทุก 2 ปี

3.เชื้อชาติ พบอุบัติการณ์ของโรคจอประสาทตาเสื่อมมากในคนผิวขาว (Caucasian)

4.เพศ มักพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย

5.บุหรี่ ควรหยุดสูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคอย่าง น้อย 6 เท่ามากกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่เพื่อสุขภาพ

6.ความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยที่ต้องกินยาลดความดันเลือด และมีระดับของไขมันคอเลสเตอรอลในเลือดสูงและระดับแคโ รทีนอยด์ในเลือดต่ำ มีความเสี่ยงสูงมากต่อการเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อม

7.โรคอ้วน ผู้ที่มีน้ำหนักมาก อาจทำให้โรคจอประสาทตาเสื่อมเป็นมากขึ้น

จะทราบได้อย่างไรว่าเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อม

ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้อาจแสดงอาการแตกต่างกันในแต่ละค น โดยส่วนใหญ่จะมีอาการตามัวโดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงกลางภ าพ มีความลำบากในการอ่านหนังสือหรือทำงานละเอียด และต้องใช้แสงมาก ๆ อาจเห็นภาพบิดเบี้ยว ในโรคจอประสาทตาเสื่อมชนิดเปียก

ความผิดปกติในการมองเห็นตั้งแต่ระยะเริ่มแรกของโรค อาจยากต่อการสังเกต โดยเฉพาะถ้าตาอีกข้างหนึ่งยังมองเห็นได้ดี

ตามคำแนะนำของวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา "บุคคลทั่วไปอายุระหว่าง 40-64 ปี ที่ไม่มีอาการผิดปกติในการมองเห็น ควรได้รับการตรวจสุขภาพตา (รวมทั้งตรวจจอประสาทตา) ทุก 2-4 ปี
สำหรับคนที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป แนะนำให้ตรวจทุก 1-2 ปี แม้ไม่มีอาการผิดปกติอะไร"

เนื่องจากการที่ผู้ป่วยจะรู้สึกถึงความผิดปกติจากโรค จอประสาทตาเสื่อม ตั้งแต่ระยะเริ่มแรกเป็นสิ่งที่ยาก แต่ในขณะเดียวกัน การ ตรวจพบและให้การรักษาโรคตั้งแต่ระยะแรกเริ่มเป็นสิ่ง ที่จำเป็นที่สุด เพราะว่าจอประสาทตาที่เสื่อมเสียไปแล้วมีแต่จะเป็นมา กขึ้นเรื่อย ๆ

การรักษาในปัจจุบันจึงทำได้เพียงหยุด หรือชะลอการเสื่อมเสียของจอประสาทตาให้ช้าที่สุด ซึ่งอาจรักษาไม่ได้เลย ถ้าโรคเป็นรุนแรง

สอบถามปัญหาสุขภาพตากับราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประ เทศไทย ที่เว็บไซต์ www.rcopt.org

การป้องกันโรคจอประสาทตาเสื่อม

ถึงแม้โรคจอประสาทตาจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ และการรักษาในปัจจุบันเป็นเพียงชะลอการสูญเสียสายตา แต่สามารถป้องกันภาวะจอประสาทตาเสื่อมได้โดยการลดปัจ จัยเสี่ยงที่สามารถหลีก เลี่ยงได้ เช่น

หมั่นตรวจเช็กสุขภาพตาเป็นประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี หรือมีประวัติบุคคลในครอบครัวมีภาวะจอประสาทตาเสื่อม

งดสูบบุหรี่เพื่อสุขภาพ

เลือกกินอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ ผักใบเขียว และผลไม้ กินวิตามินเสริม มีการวิจัยเกี่ยวกับการป้องกันการเกิดโรคจอประสาทตาเ สื่อม พบว่า การกินวิตามินซี 500 มิลลิกรัม วิตามินอี 400 IU บีตาแคโรทีน 15 มิลลิกรัม สังกะสี 80 มิลลิกรัม และคอปเปอร์ 2 มิลลิกรัม จะช่วยลดความเสี่ยงของการสูญเสียการมองเห็นจากภาวะจอ ประสาทตาเสื่อมอย่าง รุนแรงลงได้ร้อยละ 25 แต่ไม่สามารถป้องกันการเกิดโรค หรือมีประโยชน์ในคนที่เริ่มมีจอประสาทตาเสื่อมเล็กน้ อย กินปลา กรดไขมันชนิดโอเมก้า 3 ที่พบมากในเนื้อปลา จะสามารถป้องกันภาวะจอประสาทตาเสื่อมได้

Comment

Comment:

Tweet

Recommend